การสูญเสียฟัน การสูญเสียครั้งสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคุณ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการเคี้ยวอาหาร ความมั่นใจในการพูดคุย หรือแม้แต่โครงสร้างของใบหน้าที่อาจเปลี่ยนไป แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะในปัจจุบันปัญหาการสูญเสียฟัน สามารถดูแลแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีทางทันตกรรมในปัจจุบันที่เรียกว่า “รากเทียม” ได้กลายเป็นตัวเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มาดูกันว่าตัวคุณนั้น “ถึงเวลาที่ควรทำรากเทียมแล้วหรือยัง?" โดยคำแนะนำจากทันตแพทย์ มาดูกันเลยค่ะ
รากเทียมคืออะไร? มาทำความรู้จักให้มากขึ้นกัน
รากเทียมเป็นการฝังวัสดุไทเทเนียมลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อทำหน้าที่เป็นรากฟัน จากนั้นจึงใส่ครอบฟันที่มีรูปร่างและสีเหมือนฟันธรรมชาติลงไปด้านบน ทำให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันแท้ และมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าฟันปลอมทั่วไป
4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณควรทำรากเทียม!
สูญเสียฟันถาวร 1 ซี่หรือมากกว่า
หากคุณสูญเสียฟันไปโดยไม่มีการทดแทน อาจส่งผลให้ฟันข้างเคียงล้มเอียงเข้ามา ทำให้เกิดปัญหาการสบฟันและการเคี้ยวอาหารได้ การทำรากฟันเทียมสามารถช่วยรักษาสภาพช่องปากให้คงเดิมได้ค่ะ
ฟันปลอม สะพานฟัน ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน
หลายคนที่ใช้ฟันปลอมแบบถอดได้อาจพบปัญหาการหลวม การเคลื่อนที่ หรือการเสียดสีที่ทำให้เกิดแผลในช่องปาก หากคุณต้องการความมั่นคงที่มากขึ้นและไม่ต้องถอดเข้าออกตลอดเวลา รากฟันเทียมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าค่ะ
ต้องการมีฟันที่สวยงามไว้ใช้งาน และมีอายุการใช้งานยาวนาน
รากเทียมสามารถอยู่ได้นานหลายสิบปีหากได้รับการดูแลที่ดี ในขณะที่สะพานฟันและฟันปลอมมักต้องเปลี่ยนทุก 5-10 ปี การลงทุนในรากฟันเทียมจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาวค่ะ
ต้องการป้องกันการเสื่อมของกระดูกขากรรไกร
เมื่อฟันซี่ใดซี่หนึ่งหายไป กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นจะค่อยๆ ละลายไป ทำให้ใบหน้าดูตอบและแก่ก่อนวัย การทำรากเทียมนั้นช่วยกระตุ้นกระดูกบริเวณขากรรไกรให้คงอยู่ และยังช่วยลดปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยได้ด้วยค่ะ
ข้อดีและข้อควรระวังก่อนทำรากเทียม
| ข้อดีของรากฟันเทียม | ข้อควรระวังในการทำวีเนียร์ที่ควรรู้ |
| ใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติทั้งด้านการเคี้ยวและความสวยงาม | ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่ากระดูกจะยึดติดกับรากเทียม |
| ป้องกันกระดูกขากรรไกรละลาย | ค่าใช้จ่ายสูงกว่าฟันปลอมหรือสะพานฟัน |
| ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียงเหมือนสะพานฟัน | ต้องดูแลสุขภาพช่องปากอย่างดีเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ |
| มีอายุการใช้งานยาวนาน และดูแลง่าย |
ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับการทำรากเทียม?
• ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคกระดูกพรุนที่รุนแรง
• ผู้ที่สูบบุหรี่จัด เพราะอาจลดโอกาสที่รากฟันเทียมจะเชื่อมติดกับกระดูก
• ผู้ที่มีภาวะเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ที่ไม่ได้รับการรักษา
การเตรียมตัวก่อนทำรากเทียม
• เข้ารับคำปรึกษากับทันตแพทย์ เพื่อทำการตรวจสอบสุขภาพภายในช่องปากและความแข็งแรงของกระดูกขากรรไกร
• ทำการเอกซเรย์ภายในช่องปาก เพื่อดูโครงสร้างและขนาดภายในช่องปากเพื่อวางแผนการฝังรากฟันเทียม
• งดสูบบุหรี่ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยควรงดอย่างน้อยประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ก่อนและหลังทำรากฟันเทียมค่ะ
• ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์เพื่อไม่ให้ภายในช่องปากเกิดปัญหาในระหว่างทำการรักษา เช่น ปัญหาฟันผุ ฟันคุด หรือเหงือกอักเสบค่ะ
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คุณควรตัดสินใจทำรากเทียม?
หากคุณมีฟันหายไป และต้องการฟันที่มั่นคง แข็งแรง และใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ รากฟันเทียมเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพช่องปากและความเหมาะสมของคุณก่อนตัดสินใจ อย่าปล่อยให้การสูญเสียฟันกระทบต่อสุขภาพและความมั่นใจของคุณ รีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม PMDC ศูนย์ทัตกรรมเพื่อความงาม พร้อมให้คำแนะนำและทำการติดตั้งรากเทียมให้กับคุณด้วยทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งภายในช่องปาก ประสบการณ์มากกว่า 30 ปี มั่นใจ ปลอดภัยด้วยนวัตกรรมการรักษาที่ทันสมัย ติดตามผลหลังการรํกษาอย่างใส่ใจ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดูสวยงาม แข็งแรง และดูเป็นธรรมชาติของคุณค่ะ











